รวบรวมคำถามปัญหาเท้าที่คาใจ เดือนสิงหาคม โดยนักกายภาพผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้าโดยเฉพาะ คุณพิษณุ ลี้ประเสริฐ
 
 
Q : อยากทราบว่าเท้าแบนคืออะไร และสังเกตได้อย่างไรอยากทราบว่าเท้าแบนคืออะไร และสังเกตได้อย่างไร
A : • ภาวะเท้าแบนคือภาวะที่อุ้งเท้า(longitudinal arches) ต่ำกว่าปกติหรือไม่เลย ส่งผลให้การรับแรงกระแทกและการกระจายน้ำหนักของเท้าผิดปกติไปซึ่งภาวะดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการ ปวดบริเวณฝ่าเท้าในขณะยืนหรือเดินได้ง่ายและมากกว่าปกติ โดยระยะยาวอาจส่งผลถึงส่วนอื่นๆของร่างกายได้ เช่นอาการปวดเข่า เป็นต้น
 
      • วิธีสังเกตุเท้าแบนได้ง่ายที่สุดคือการใช้นิ้วมือสอดไปที่บริเวณอุ้งเท้าในขณะที่เท้าเหยียบพื้นอยู่ถ้าไม่สามารถสอดนิ้วเข้าไปที่อุ้งเท้าได้แสดงว่ามีภาวะเท้าแบน และอาจจะสังเกตุได้จากอาการอื่นๆเช่น เมื่อยืนนานๆ(ประมาน30นาที)เริ่มมีอาการปวดฝ่าเท้าได้ หรือสังเกตุจากการสึกของพื้นรองเท้าถ้าพื้นรองเท้าสึกจากด้านในมากกว่าด้านนอกก็แสดงว่าอาจเกิดภาวะเท้าแบน
 
 
Q : คนอุ้งเท้าสูงควรเลือกใส่รองเท้าประเภทใด
A : • ในคนที่อุ้งเท้าสูงนั้นการเลือกรองเท้าควรเน้นรองเท้าที่มีวัสดุรองพื้นค้อนข้างนุ่มและดูดซับแรงกระแทกได้ดี เนื่องจากคนที่อุ้งเท้าสูงจะมีบางจุดที่เท้าต้องรับน้ำหนักมากกว่าจุดอื่นๆตามปกติ คือ ส้นเท้าและฝ่าเท้าด้านหน้า และไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำเพราะจะยิ่งทำให้ภาวะอุ้งเท้าสูงมากขึ้น
 
 
Q : อาการรองช้ำคืออะไร เกิดขึ้นเพราะอะไร เป็นอาการที่เกิดขึ้นส่วนไหนของเท้า แล้วใส่รองเท้า Biomechanic จะช่วยได้ไหม หรือจะหายขาดไหม มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างไร
A : • อาการรองช้ำ (plantar fasciitis) คืออาการอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้า( plantar aponeurosis) โดยส่วนมากจะเกิดอาการเจ็บและมีจุดกดเจ็บบริเวณใต้ส้นเท้าด้านใน สาเหตุเกิดจากอาการบาดเจ็บของเอ็นใต้ฝ่าเท้าเล็กน้อยแต่สะสมมาเป็นเวลานาน เช่น การยืนนานๆ(มากกว่า1 ชม) บ่อยครั้ง หรือมีการวิ่งบ่อยๆโดยไม่ได้พัก โดยมักจะพบร่วมกับผู้ที่มีเอ็นร้อยหวายตึงหรือเท้าแบน
 
      • ในช่วงแรก ควรใส่รองเท้าที่มีวัสดุรองพื้นโดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าเพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดี เช่น Memory cushion เมื่ออาการรองช้ำหายไปจึงสามารถใส่แบบ biomechanics เพื่อปรับสรีระเท้าให้ดีขึ้น
 
      • อาการรองช้ำสามารถหายขาดได้โดยการพักเท้า เช่น หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานานๆ หรือการเดินหรือวิ่งที่บ่อยจนเกินไป และรองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าที่ดูดซับแรงกระแทกได้ดีพื้นไม่แข็งจนเกินไป หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง โดยหา รองเท้าแตะ มาใส่เดินในบ้าน เป็นต้น
 
 
Q : ทำไมใส่รองเท้า Biomechanics แล้วปวดมากกว่าเดิม (สำหรับผู้เริ่มต้น)
A : • ผู้ที่ใส่รองเท้าแบบ biomechanics  แล้วมีอาการปวดมากกว่าเดิมในช่วงต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเท้าแบน เนื่องจากสรีระเท้านั้นได้ถูกเปลี่ยน อย่างช้าๆทำให้ในช่วงต้นจะมีอาการปวดเนื่องจากร่างกายต้องปรับตัวและยังไม่เคยชิน แต่เมื่อสวมใส่รองเท้าแบบ biomechanics ประมาณ1-3 เดือนขึ้นไป สรีระเท้าจะกลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้นทำให้อาการปวดหายไปและบรรเทาปัญหาเท้าแบนได้ในระยะยาว
 
       • การใส่Biomechanics เปรียบได้กับการจัดฟัน ซึ่งในช่วงแรก ที่ร่างกายปรับตัว อาจจะมีอาการปวด หรือใส่ไม่สบายบ้างในบางกรณี
 
       • คำแนะนำในการใส่ Biomechanics ในช่วงแรก คือ ใส่สลับกับรองเท้าเดิม โดยเปลี่ยน ทุก 2-3 ชั่วโมง นาน 3-4 สัปดาห์ จนเท้ามีการปรับตัว จึงจะสามารถใส่ Biomechanics โดยไม่มีอาการปวดเท้า
 
 
Q : เท้าแบนและข้อเท้าบิด การใส่รองเท้า Biomechanics จะช่วยได้อย่างไร
A : • ในภาวะเท้าแบนที่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดนั้น การใส่รองเท้าแบบ biomechanics จะทำให้สรีระของเท้าโดยเฉพาะอุ้งเท้านั้นกลับมาเป็นปกติได้เนื่องจากพื้นรองเท้าถูกแบบมาตามสรีระที่ถูกต้องของเท้าปกติ โดยมีจุดเด่นคือพื้นรองเท้าจะมีส่วนที่นูนเพื่อรองรับบริเวณอุ้งเท้าโดยเฉพาะ และความแข็งของพื้นรองเท้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการช่วยปรับสรีระของเท้าอีกด้วย ดังนั้นเมื่อใส่รองเท้า biomechanics เป็นประจำ(ควรใส่ทุกวันและใส่บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเฉพาะ 3เดือนแรก) จะสามารถปรับสรีระของเท้าให้ดีขึ้นได้
 
 
 
 
Q : คนที่มีปัญหาเท้าแบน หลังจากการวิ่งหรือเดินนานๆ จะทำให้เกิดการปวดฝ่าเท้าหรือไม่ เพราะอะไร
A : • ผู้ที่มีภาวะเท้าแบนจะมีอาการปวดฝ่าเท้าขึ้นได้หลังจากวิ่งหรือเดินนานๆ แม้ในขณะทำกิจกรรมก็ทำให้เกิดอาการปวดได้เช่นกัน เนื่องจาก อุ้งเท้านั้นมีหน้าที่ในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากพื้นให้เหมาะสมตามสรีระเท้าปกติ ซึ่งผู้ที่มีภาวะเท้าแบนจะมีการถ่ายเทน้ำหนักไปส่วนต่างๆของเท้าที่ผิดปกติและไม่มีอุ้งเท้าเพื่อดูดซับและกระจายแรงกระแทก จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดเท้านั่นเอง
 
 
Q : น้ำหนักตัวมาก หลังวิ่งจะปวดเท้ามาก เพราะอะไร มีวิธีการป้องกัน/ดูแลอย่างไร
A :  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำให้ร่างกายต้องรับภาระหนักขึ้นโดยเฉพาะฝ่าเท้า เนื่องจากน้ำหนักตัวที่กดลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้เอ็นใต้ฝ่าเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้นเมื่อทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้เท้าและทำให้เกิดแรงกระแทก เช่นการเดิน วิ่ง กระโดด จะมีโอกาสทำให้เอ็นใต้ฝ่าเท้าบาดเจ็บได้จนทำให้เกิดอาการปวดขึ้น
 
       • วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้อยู่ในค่ามาตรฐานของ BMI ที่เหมาะสม(18.5-22.9) และสวมใส่รองเท้าที่มีการออกแบบมาเพื่อดูดซับและรับแรงกระแทกได้ดีเป็นพิเศษ
 
 
Q : ปัญหาเท้าบิดเข้าด้านใน และปวดส้นเท้า เป็นอาการของปัญหาใด และควรสวมรองเท้าประเภทใด
A :  • อาการดังกล่าวมักเป็นอาการบ่งชี้ของภาวะเท้าแบน ควรสวมใส่รองเท้าที่ปรับสรีระของเท้าให้กลับมาเป็นปกติ และช่วยเรื่องการปรับการกระจายน้ำหนักของเท้า ควรสวมรองเท้าประเภท biomechanics 
 
 
Q : มีอาการปวดขาและหลัง รามไปถึงต้นคอ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเท้าแบนหรือเปล่า แนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร
A : • อาการดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายๆปัจจัยร่วมกัน เช่นท่าทางในการนั่ง การยืน และเดิน หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยภาวะเท้าแบนก็สามารถทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้เช่นกัน โดยถ้าอาการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากภาวะเท้าแบน ควรเลือกสวมใส่รองเท้าที่ช่วยปรับสรีระของเท้าให้เหมาะสมเป็นปกติ คือแบบ biomechanics และควรปรับพฤติกรรมอื่นๆในชีวิตประจำวันร่วมด้วย เช่นการทำงานนั่งโต๊ะควรนั่งเก้าอี้ที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีที่พิงหลัง มีที่รองแขน นั่งหลังตรง ไม่เดินหลังค่อม เป็นต้น
 
 
Q : คนเท้าปกติหรืออุ้งเท้าสูง ควรจะใส่รองเท้ารุ่น Biomechanics หรือไม่
A : • สามารถใส่ได้เนื่องจากรองเท้ารุ่น biomechanics นั้นถูกออกแบบตามสรีระของเท้าที่ปกติ และมีส่วนที่รองรับบริเวณอุ้งเท้า แต่ถ้าผู้ที่มีอุ้งเท้าสูงแล้วมีอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้าร่วมด้วย จะแนะนำให้ใส่รองเท้าที่รองรับแรงและดูดซับกระแทกได้ดีคือรุ่น Memory cushion 
 
 
Q : ถ้าเป็นเท้าแบนหาก ใส่รองเท้ารุ่น Biomechanics แล้วจะหายขาดไหม หรือต้องใส่ไปตลอด
A :  • เนื่องการการปรับสรีระของเท้าต้องใช้เวลาในการปรับค่อนข้างนาน และเพื่อป้องกันไม่ให้สรีระของเท้าที่ดีขึ้นเกิดภาวะเท้าแบนอีกจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน จึงควรใส่ตลอด โดยในช่วง 3เดือนแรกควรจะใส่ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหลังจากที่สรีระเท้าเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น(ประมาณ3-6เดือนขึ้นไป) สามารถใส่รองเท้าแบบ biomechanics สลับกับแบบอื่นๆได้
 
 
Q : เวลาเริ่มเดิน จะรู้สึกเจ็บแปล็บที่ฝ่าเท้า มันเกิดเนื่องจากอะไรคะ
A : • อาการเมื่อเริ่มเดิน จะเจ็บแปลบที่ฝ่าเท้า โดยเฉพาะตอนตื่นนอนตอนเช้าเมื่อเริ่มเดินก้าวแรก มักเกิดการอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้าเนื่องจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เท้ารับน้ำหนักมากเป็นประจำโดยไม่ได้พัก เช่นการทำงานที่ต้องยืนหรือเดินทั้งวัน หลายๆวันติดกัน หรือเกิดจากการออกกำลังกายเช่น วิ่ง หักโหมเกินไป ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมดังกล่าวในช่วงที่มีอาการปวดอยู่ ยืดเหยียดฝ่าเท้า ยืดกล้ามเนื้อน่อง และสวมใส่รองเท้าที่รองรับและดูดซับแรงกระแทกได้ดี เช่นรองเท้ารุ่น Memory cushion 
 
 
Q : นอกจากการใส่รองเท้าที่ช่วยพยุงอุ้งเท้า ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อการรักษาสุขภาพเท้าที่ดี 
A : • นอกจากการสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมแล้ว ในผู้ที่มีภาวะเท้าแบนนั้น ควรออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงอุ้งเท้าร่วมด้วย โดยการฝึกหยิบผ้าโดยใช้เท้า ฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นใต้ฝ่าเท้าเพื่อลดความตึงตัวทำให้เท้าเคลื่อนไหวได้ดีและป้องกันอาการบาดเจ็บของเท้า และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยืน เดิน เป็นเวลานานๆ จะยิ่งช่วยให้สุขภาพเท้าดีขึ้น
 
Q : เป็นเท้าแบนใช้รองเท้ากับแผ่นรองของscholl อยู่เดิมยืนนานๆปวดหลังและเข่ามากตอนนี้หายดีไม่ปวดแล้ว แต่เจ็บรองช้ำ มีวิธีรักษาให้หายขนาดไหม
A : • อาการของรองช้ำ คือ การอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้า วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือการพักเท้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานานๆ และหมั่นยืดเหยียดหล้ามเนื้อน่อง และ ฝ่าเท้า จะช่วยให้อาการดีขึ้น ถ้าทำเป็นประจำก็จะหายขาดได้ครับ
 
 
Q : เป็นเส้นเอ็นกลางฝ่าเท้าอักเสบค่ะ คุณหมอว่าเท้าแบนแบบยืดหยุ่น รักษาจนหายอักเสบและเปลี่ยนรองเท้าเป็นแบบไบโอมาได้ 1 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้เดินเท้าเปล่าไม่ใส่รองเท้าไม่ได้ค่ะมันจะรู้สึกเส้นเอ็นมันตึงถ้าเดินนานมันจะเจ็บ อยากรู้ว่าคนที่เป็นเส้นเอ็นอักเสบเปลี่ยนรองเท้าไบโอแล้วมันจะหายเป็นปกติมั้ยค่ะ เพราะนี่ก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว ขอบคุณค่ะ
A : • คนที่มีภาวะเท้าแบน และมีภาวะเอ็นฝ่าเท้าอักเสบนั้นโดยปกติแล้วจะเกิดจาก กิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวันครับ ควรปรับพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยให้เกิดอาอาการ เช่น หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินนานๆ บ่อยๆ และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและ ฝ่าเท้า จะสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ครับ
 
 
Q : ปวดส้นเท้าค่ะ แบบไหนดีคะ
A : • อาการปวดส้นเท้า แนะเป็นรุ่น memories cushion ครับ เพราะพื้นจะดูดซับแรงกระแทกได้ดีมำให้เท้ารับภาระน้อยลงครับ
 
 
Q : เป็นโรคเท้าแบนหากหันมาใช้รองเท้าดูเเลสุขภาพ เช่นรองเท้า scholl จะมีโอกาสหายหรือดีขึ้นไหมครับ
A : มีโอกาสดีขึ้นครับ แต่การที่จะหายขาดจากภาวะเท้าแบนได้นั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวันด้วยครับ ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการยืน เดิน นานๆ บ่อยครั้งได้ โอกาสหายขาดก็จะยากขึ้นครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสวมใส่รองเท้าด้วย ถ้า สามารถใส่รองเท้าแบบ biomechanics ได้บ่อยและนานเท่าไหร่ ก็จะทำให้อาการดีขึ้นมากเท่านั้นครับ
 
 
Q : ปวด ฝ่าเท้า ตลอดค่ะ ซื้อรองเท้า Sch0ll แบบรองเท้าสำหรับเท้าแบนมาใส่ก็ไม่หาย ทำกายภาพก็ดีชั่วคราว มีวิธีรักษาไหมค่ะ
A : • ลองสังเกตุพฤติกรรมในชีวิตประจำวันว่า ต้องยืนนาน หรือ เดินนาน บ่อยครั้งหรือไม่ ถ้าทำกิจกรรมดังกล่าวมาบ่อยครั้งควรหลีกเลี่ยงหรือลดกิจกรรมดังกล่าวลง และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและ ฝ่าเท้า และควรหา แผ่นพื้นรองเท้า(insole) มาใส่เพิ่มเติมเพื่อดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จะช่วยให้อาการดีขึ้นครับ
 
 
Q : ปวดเท้าตลอดเวลาคะแต่ใส่แต่รองเท้า scholl หรือเราใส่รุ่นไม่ถุกกับเท้าคะ
A : • ปวดเท้าอาจมาจากกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน ได้ครับ แต่อาการปวดเท้ามาได้จากหลายสาเหตุหลายปัจจัย ดังนั้น ควรลองปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการต้องยืนเป็นเวลานาน หรือเดินเป็นเวลานาน การเดินเท้าเปล่าบ่อยครั้ง จะทำให้อาการดีขึ้นได้ครับ
 
 
Q : เวลาเดินจะรู้สึกปวดอุ้งเท้าใต้นิ้วนางกับก้อยข้างซ้าย เหมือนมันชาๆ ปวดๆถ้าเดืนมากก็จะแวดมาถึงอุ้งเท้าใต้นิ้วชี้นิ้วโป้งด้วย เย่างนี้เท้าแบนหรือเปล่าคะ
A : • อาการดังกล่าวอาจบ่งชี้ได้ว่ามาจาก อาการอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้าโดยอาการดังกล่าวนั้นมักจะพบในผู้ที่มีภาวะเท้าแบนเช่นกัน แต่อาการชานั้นอาจเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนปลายบริเวณเท้าได้ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ
 
 
Q : เวลาดิฉันเดินในโคนหล่มก็ปวดเท้ามากตอนนื้มีปัญหาเรี่องเท้ามากอยากรู้สาเหตุเกิดจากอะไร
A : • เนื่องจากการต้องเดินบนพื้นที่ค่อนข้างไม่มั่นคง ทำให้เท้าต้องทำงานหนักเพื่อรักษาการทรงตัว ทำให้อาจเกิดอาการปวดเท้าจากการทำกิจกรรมดังกล่าวมากเกินไป ควรหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่อง และฝ่าเท้า และผ่อนคลายเนื้อเยื่อฝ่าเท้าโดยให้เท้าแช่น้ำอุ่นประมาน 20 นาที ทำเป็นประจำ จะทำให้อาการดีขึ้นได้ครับ
 
Q : เจ็บกลางฝ่าเท้าซ้าย (เท้าซ้ายใหญ่กว่าเท้าขวาค่ะ) ทุกครั้งที่ใส่รองเท้าที่มีการซับพอร์ตอุ้งเท้า(มีลักษณะนูนขึ้นมารับ) ควรใส่รองเท้าแบบใดของ Scholl คะ
A : • ควรใส่รุ่น biomechanics อย่างต่อเนื่องในช่วงแรกครับ โดยช่วง1-3 เดือนแรกอาจจะมีอาการปวดเนื่องจากกระบวนการปรับสรีระเท้า หลังจาก3-6เดือนอาการปวดจะหายไปและสรีระของเท้าจะดีขึ้นครับ